เชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 โรคระบาดสายพันธุ์ใหม่ ที่คุณต้องตระหนัก แต่ไม่ตระหนก 

รู้จักเชื้อไวรัสโคโรน่า 

 

การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่2019 ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นอย่างมาก Photo by Jérémy Stenuit on Unsplash 


การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 (novel coronavirus 20192019-nCoV) ถือเป็นข่าวที่ทำให้หลายๆ คนวิตกกังวลมากที่สุดในไม่กี่สัปดาห์มานี้ เราอาจจะเคยได้ยินโรคระบาดเช่น SARS และ MERS เมื่อหลายปีก่อนใช่ไหมครับ ทั้งหมดนี้เป็นโรคระบาดที่ส่งผลร้ายแรงต่อระบบทางเดินหายใจซึ่งอันตรายถึงชีวิต และมีต้นเหตุมาจากเจ้าไวรัสที่ชื่อโคโรน่าทุกตัว 


ในขณะนี้ เชื้อไวรัสโคโรน่า ที่เริ่มต้นระบาดในเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย ประเทศจีน กำลังเริ่มระบาดไปยังนานาประเทศ ไม่ว่าจะเป็น สหรัฐอเมริกา, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, ไต้หวัน รวมทั้งประเทศไทยด้วย สร้างความวิตกกังวลให้กับนานาประเทศ จนล่าสุด องค์การอนามัยโลกหรือ WHO ได้ยกระดับสถานการณ์เชื้อไวรัสโคโรน่าเป็นภาวะฉุกเฉินเมื่อวันที่ 31 มกราคา ที่ผ่านมาแล้ว 



อาการแบบนี้ อาจติดเชื้อไวรัสโคโรน่า

เบื้องต้นให้คุณประเมินตัวเองก่อน หากคุณมีการเดินทางไปยังประเทศจีนหรือพื้นที่เสี่ยงติดเชื้อ แล้วมีอาการ ไอ จาม มีไข้ มีน้ำมูก เจ็บคอ หายใจหอบหืด ให้รีบไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลใก้เคียงทันที พร้อมแจ้งประวัติการเดินทางของคุณด้วย เพื่อให้สามารถป้องกันและรักษาได้ทันท่วงที และป้องกันไวรัสโคโรน่าไม่ให้เกิดการรระบาดจากคนหนึ่งไปสู่อีกคน  โรคนี้จะมีการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ ทำให้เกิดการอักเสบของถุงลมปอดและเนื้อเยื่อโดยรอบ หากมีอาการรุนแรงก็จะเป็นอันตรายถึงขั้นเสียชีวิต


วิธีการป้องกันเชื้อไวรัสโคโรน่า

1. หน้ากากอนามัย ใส่ง่าย ห่างไหลโรค

วิธีป้องกันเชื้อไวรัสโคโรน่าที่ง่ายและสะดวกที่สุด คือสวมใส่หน้ากากอนามัยเป็นประจำ การสวมหน้ากากอนามัยที่ถูกวิธีจะทำให้ป้องกันเชื้อไวรัสได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

-          หน้ากากอนามัยทั่วไป แบบไม่มีสีให้สังเกตจากรอยพับของหน้ากากหากชี้ลง ให้หันออกด้านนอก ปรับให้กระชับกับใบหน้า และลวดอยู่ด้านบน

-         หน้าการอนามัยทั่วไป แบบที่มีสีด้านใดด้านหนึ่งสวมใส่โดยให้ด้านที่เป็นสีหันออกจากตัวผู้สวมใส่ เพื่อป้องกันเชื้อไวรัสโคโรน่าจากภายนอกเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ

-          หน้ากากอนามัย แบบ N95: ให้คล้องหน้ากากโดยให้ปิดปากและจมูก ดึงเชือกคล้องไปที่ส่วนคอและศีรษะ ปรับให้กระชับกับใบหน้า

ที่สำคัญ ต้องเปลี่ยนหน้ากากอนามัยทุกครั้งที่ใช้ เพื่อให้สามารถป้องกันเชื้อไวรัสโคโรน่าได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด



อาการแบบนี้ อาจติดเชื้อไวรัสโคโรน่า

 

เบื้องต้นให้คุณประเมินตัวเองก่อน หากคุณมีการเดินทางไปยังประเทศจีนหรือพื้นที่เสี่ยงติดเชื้อแล้วมีอาการไอจามมีไข้มีน้ำมูกเจ็บคอหายใจหอบหืด ให้รีบไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลใกล้เคียงทันทีพร้อมแจ้งประวัติการเดินทางของคุณด้วยเพื่อให้สามารถป้องกันและรักษาได้ทันท่วงที และป้องกันไวรัสโคโรน่าไม่ให้เกิดการรระบาดจากคนหนึ่งไปสู่อีกคน

 

โรคนี้จะมีการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจทำให้เกิดการอักเสบของถุงลมปอดและเนื้อเยื่อโดยรอบหากมีอาการรุนแรงก็จะเป็นอันตรายถึงขั้นเสียชีวิต

Photo by Brittany Colette on Unsplash.jpg

หากมีอาการที่สี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสโคโรน่า ต้องรีบไปพบแพทย์ทันที Photo by Brittany Colette on Unsplash

 


 

วิธีการป้องกันเชื้อไวรัสโคโรน่า

1. หน้ากากอนามัย ใส่ง่าย ห่างไกลโรค

 

การสวมหน้ากากอนามัยที่ถูกวิธีจะทำให้ป้องกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ Photo by Ani Kolleshi on Unsplash

 

วิธีป้องกันเชื้อไวรัสโคโรน่าที่ง่ายและสะดวกที่สุดคือสวมใส่หน้ากากอนามัยเป็นประจำ การสวมหน้ากากอนามัยต้องสวมให้ถูกวิธี เพราะจะทำให้ป้องกันเชื้อไวรัสได้ดีที่สุด

 

หน้ากากอนามัยนั้นก็จะมีหลายชนิด ซึ่งแต่ละชนิดนั้นวิธีใส่ก็ไม่เหมือนกัน APPARO ได้รวบรวมวิธีใส่หน้ากากต่างๆมาแล้วดังนี้

 

-                     หน้ากากอนามัยทั่วไปแบบไม่มีสี: ให้สังเกตจากรอยพับของหน้ากากหากชี้ลงให้หันออกด้านนอกปรับให้กระชับกับใบหน้าและลวดอยู่ด้านบน

-                     หน้าการอนามัยทั่วไปแบบที่มีสีด้านใดด้านหนึ่ง: สวมใส่โดยให้ด้านที่เป็นสีหันออกจากตัวผู้สวมใส่เพื่อป้องกันเชื้อไวรัสโคโรน่าจากภายนอกเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ

-                     หน้ากากอนามัยแบบ N95: ให้คล้องหน้ากากโดยให้ปิดปากและจมูกดึงเชือกคล้องไปที่ส่วนคอและศีรษะปรับให้กระชับกับใบหน้า

 

ที่สำคัญต้องเปลี่ยนหน้ากากอนามัยทุกครั้งที่ใช้ เพื่อให้สามารถป้องกันเชื้อไวรัสโคโรน่าได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

 


 

2. หลีกเลี่ยงสถานที่แออัดหรือพื้นที่เสี่ยงติดเชื้อ

 

หลีกเลี่ยงเสี่ยงต่อการติดเชื้อจะดีที่สุด Photo by sina.com.cn

 

เมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย ประเทศจีน ถือเป็นแหล่งเริ่มต้นของการระบาดเชื้อไวรัสโคโรน่า ก่อนที่จะลามไปหลายๆมณฑลในประเทศจีน และหลายๆประเทศในที่สุด เพื่อป้องกันการติดเชื้อ ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางไปประเทศจีนหากไม่มีเหตุจำเป็นจริงๆ และควรหลีกเลี่ยงพื้นที่อื่นๆที่มีการประกาศว่าเป็นพื้นที่เสี่ยงติดเชื้อไวรัสโคโรน่าจากทางภาครัฐหรือกรมควบคุมโรคของประเทศนั้นๆ

 

แต่หากจำเป็นที่จะต้องเดินทางจริงๆ คุณควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่ที่ผู้คนพลุกพล่าน เช่น สนามบิน ห้างสรรพสินค้า ตลาดค้าสัตว์ เป็นต้น เพราะจะมีโอกาสสูงที่จะติดเชื้อได้ อย่าใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่เสี่ยงติดเชื้อไวรัสโคโรน่า และสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา และอีกสิ่งที่ป้องกันได้อย่างมากคือการหมั่นล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอด้วยน้ำ สบู่ หรือแอลกอฮอล์เจล


 

3. ไม่ใช้ของร่วมกับผู้อื่น

 

ไม่ใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่น เพราะเชื้อไวรัสโคโรน่าสามารถติดต่อผ่านสารคัดหลั่งได้ Photo by Kelly Sikkema on Unsplash

 

เนื่องจากมีรายงานว่าเชื้อไวรัสโคโรน่าสามารถแพร่กระจายจากมนุษย์สู่มนุษย์ได้ดังนั้นการป้องกันจากเชื้อไวรัสที่ดีที่สุดคือไม่ใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่น เช่น แก้วน้ำ ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว ช้อน เพราะผู้ป่วยบางรายอาจจะยังไม่ทราบว่าตัวเองติดเชื้อแล้ว การใช้สิ่งของร่วมกันก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะทำให้เกิดการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโคโรน่าได้

 

อีกทั้งของใช้ที่บ้านและที่ทำงานก็ห้ามมองข้ามเด็ดขาด! ต้องหมั่นทำความสะอาดอยู่เสมอไม่ว่าจะเป็นที่นอนเสื้อผ้าหรืออุปกรณ์สำนักงานที่ใช้เป็นประจำ เพื่อป้องกันตัวเราให้ห่างจากเชื้อไวรัสที่สุด เพราะสิ่งเหล่านี้จะเป็นสิ่งที่เราจะมีโอกาสสัมผัสอยู่เสมอ

 


 

4. เสื้อผ้าและร่างการต้องสะอาด

 

mask.jpg

การดูแลสุขภาพและความสะอาดทั้งภายในและภายนอกช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าได้ Photo by APPARO

 

ในขณะนี้ ยังไม่มีวิธีรักษาที่แน่นอนของการติดเชื้อไวรัสโคโรน่า อย่างวัคซีน (ณ ตอนที่ผู้เขียนได้เขียนบทความนี้) สิ่งที่เราทำได้เพื่อป้องกันเชื้อไวรัสโคโรน่าคือการรักษาความสะอาดของตัวเราเองอยู่เสมอ

 

ทั้งในส่วนของร่างกายต้องหมั่นทำความสะอาด อย่างเช่น เสื้อผ้าที่สวมใส่ต้องมีการรักษาความสะอาดอยู่เสมอ เมื่อมีการโดนสัมผัสหรือเปื้อนจาก น้ำมูก น้ำลาย และสารคัดหลั่ง ให้รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าและทำความสะอาดทันที เพื่อให้สามารถยับยั้งการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโคโรน่าได้ หรือเลือกใส่เสื้อผ้าที่มีการใส่สาร Anti-bacteria เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการยับยั้งแบคทีเรีย ก็สามารถลดสาเหตุและป้องกันการติดเชื้อได้ดีอีกวิธีหนึ่ง

 


 

5. อาหารต้องถูกสุขลักษณะ

 

เลือกทานอาหารปรุงสุกและถูกสุขลักษณะ เพื่อหลีกเลี่ยงเชื้อไวรัสที่มากับอาหาร Photo by Emerson Vieira on Unsplash

 

อาหารเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ขาดไม่ได้สำหรับร่างกาย หากมีการกินที่ถูกสุขลักษณะก็จะส่งผลประโยชน์ที่ดีต่อร่างกายเราด้วย ดังที่เราเห็นว่าเชื้อไวรัสโคโรน่านั้น ณ ขณะนี้เชื่อว่ามีที่มาจากสัตว์คือค้างคาว ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงอาหารที่แปลกๆทั้งหมดจะดีที่สุด

ในแต่ละประเทศการกินอาหารและการปรุงอาหารจะแตกต่างกันไป ซึ่งหากกินหรือปรุงอาหารอย่างไม่ถูกสุขลักษณะก็จะส่งผลร้ายตามมาอีกด้วย ดังนั้นการที่เราควรให้ความสำคัญกับการปรุงอาหารเป็นอย่างมาก โดยทำให้อาหารประเภทเนื้อสัตว์และไข่สุกด้วยความร้อน ไม่กินดิบและวัตถุดิบจะต้องมาจากแหล่งที่ปลอดจากเชื้อไวรัสด้วย กล่าวโดยสรุปก็คือ การกินอาหารที่ถูกถูกสุขลักษณะควร "กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ

 


 

6. ทันข่าวสารให้ตลอด

 

การส่งต่อข้อมูลที่ถูกต้อง จะทำให้เกิดประโยชน์แก่ผู้รับข้อมูลเช่นกัน Photo by ROBIN WORRALL on Unsplash

 

การอัพเดทตัวคุณเองให้ทันข่าวสารอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการแพร่ระบาดใหม่ๆ รายงานจากองค์การอนามัยโลกหรือกระทรวงสารธณสุข ก็เพื่อให้คุณได้เตรียมตัวรับมือและป้องกันได้อย่างถูกวิธี

 

การติดตามสถานการณ์ของการติดเชื้อไวรัสโคโรน่านั้น สำคัญที่สุดคือจะต้องดูและหาข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้เนื่องจากปัจจุบันสื่อโซเชียลมีเดียมีการแชร์ส่งต่อข้อมูลได้อย่างรวดเร็วจึงทำให้ข่าวที่ได้รับมีทั้งข้อเท็จจริงที่ผู้อ่านอย่างเราต้องใช้วิจารณญาณในการรับข่าวสารนั้นๆมากขึ้น

 

อีกทั้งควรฟังหูไว้หูไม่ควรเชื่อแหล่งข่าวหรือแชร์โพสที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงที่น่าเชื่อถือเพราะการจะแชร์ต่อจะมีผลกระทบต่อผู้ที่จะได้รับข้อมูล หากได้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องก็จะทำให้ผู้ที่รับข้อมูลเข้าใจผิดและปฏิบัติอย่างไม่ถูกต้องตามไปด้วย

 


 

หลายๆคนอาจเห็นว่าการป้องกันเชื้อไวรัสโคโรน่าเป็นเรื่องที่ยุ่งยากแต่หากทำตามคำแนะนำเป็นประจำอย่างเคร่งครัดไม่ตระหนกจนเกินไปและคอยอัพเดทข้อมูลข่าวสารอยู่เสมอเพียงเท่านี้เราก็จะสามารถรับมือกับเชื้อไวรัสโคโรน่าได้อย่างมีประสิทธิภาพแน่นอนครับ

 

แอพพาโร่ขอเป็นกำลังใจให้กับผู้ป่วยและหน่วยรักษาพยาบาลให้ผ่านวิกฤตินี้ไปได้อย่างปลอดภัยทุกคนทุกฝ่ายครับ

ขอบคุณข้อมูลจาก : กรมควบคุมโรคกระทรวงสาธารณสุข

แชร์บทความนี้





กลับไปด้านบน